ประกันรถยนต์ชั้น 3 และ 3+ เหมาะกับใคร?

18 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ประกันรถยนต์ชั้น 3 และ 3+ เหมาะกับใคร?

ประกันรถยนต์ชั้น 3 และ 3+ เหมาะกับใคร?
หลังจากที่เราทำความเข้าใจชั้น 1 และชั้น 2 กับ 2+ ไปแล้ว วันนี้มาถึงชั้นที่มีเบี้ยประกันถูกที่สุดในกลุ่มประกันภาคสมัครใจ คือชั้น 3 และ 3+

หลายคนเลือกชั้นนี้เพราะเบี้ยถูก แต่ไม่เข้าใจขอบเขตความคุ้มครองที่แท้จริง วันนี้เรามาดูกันครับว่าชั้น 3 และ 3+ คุ้มครองอะไร และเหมาะกับใครจริงๆ


ประกันชั้น 3 คุ้มครองอะไร?
ชั้น 3 เป็นความคุ้มครองพื้นฐานที่สุดในกลุ่มประกันภาคสมัครใจครับ คุ้มครองเฉพาะความรับผิดต่อบุคคลภายนอกเท่านั้น

ความคุ้มครองหลักคือ ความเสียหายต่อชีวิตและร่างกายของบุคคลภายนอก และความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก

ชั้น 3 ไม่คุ้มครองความเสียหายต่อรถของเราเองในทุกกรณี ไม่ว่าจะมีคู่กรณีหรือไม่ก็ตาม และโดยทั่วไปไม่รวมความคุ้มครองไฟไหม้หรือโจรกรรมด้วย


ประกันชั้น 3+ คุ้มครองอะไรเพิ่มจากชั้น 3
เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ระหว่างชั้น 2 และ 2+ ชั้น 3+ เพิ่มความคุ้มครองรถของเราเองในกรณีที่ชนกับยานพาหนะอื่นที่สามารถระบุคู่กรณีได้

ความแตกต่างสำคัญระหว่างชั้น 2+ และชั้น 3+ อยู่ที่วงเงินความคุ้มครองรถของเราเองในกรณีชนกับคู่กรณีที่ระบุได้ โดยชั้น 3+ มักมีวงเงินต่ำกว่าชั้น 2+ อย่างมีนัยสำคัญ


ตารางเปรียบเทียบความคุ้มครองชั้น 3 และ 3+

ความคุ้มครอง ชั้น 3 ชั้น 3+
ความเสียหายบุคคลภายนอก มี มี
รถเราเสียหายจากชนคู่กรณีที่ระบุได้ ไม่มี มี วงเงินจำกัด
รถเราเสียหายจากชนไม่มีคู่กรณี ไม่มี ไม่มี
ไฟไหม้ ไม่มี ไม่มี
โจรกรรม ไม่มี ไม่มี
เบี้ยประกันต่ำที่สุดต่ำ



วงเงินความคุ้มครองรถของเราเองในชั้น 3+ เป็นอย่างไร?
นี่คือจุดสำคัญที่ต้องเข้าใจครับ ชั้น 3+ มักกำหนดวงเงินความคุ้มครองรถของเราเองไว้ที่จำนวนคงที่ ไม่ใช่ตามมูลค่ารถจริง

ตัวอย่างเช่น บางกรมธรรม์ชั้น 3+ อาจกำหนดวงเงินความเสียหายต่อรถของเราเองไว้ที่ 100,000 บาทต่อครั้ง ไม่ว่ารถของเราจะมีมูลค่าตลาดเท่าไหร่

ถ้าความเสียหายจริงสูงกว่าวงเงินที่กำหนด ส่วนที่เกินผู้เอาประกันต้องรับผิดชอบเอง ในขณะที่ชั้น 2+ ส่วนใหญ่จะคุ้มครองตามความเสียหายจริงโดยไม่มีเพดานต่อครั้งแบบนี้ หรือมีเพดานที่สูงกว่ามาก


ใครเหมาะกับชั้น 3
เจ้าของรถที่มีอายุการใช้งานมาก

รถที่มีอายุ 10 ปีขึ้นไป มูลค่าตลาดต่ำมาก การซ่อมแซมความเสียหายจากอุบัติเหตุอาจมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าหรือใกล้เคียงกับมูลค่ารถ ทำให้การทำประกันชั้นที่คุ้มครองตัวรถไม่คุ้มค่า

ผู้ที่ขับรถน้อย ความเสี่ยงต่ำ

ผู้ที่ใช้รถเฉพาะบางโอกาส ไม่ได้ขับเป็นประจำทุกวัน ความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุย่อมต่ำกว่าผู้ที่ขับรถเป็นประจำ

ผู้ที่มีงบประมาณจำกัดแต่ต้องการทำประกันตามกฎหมาย

แม้ พ.ร.บ. จะเป็นข้อบังคับตามกฎหมาย แต่ พ.ร.บ. มีวงเงินคุ้มครองที่ต่ำมากสำหรับความรับผิดต่อบุคคลภายนอก การมีชั้น 3 เพิ่มเข้ามาช่วยเพิ่มวงเงินความคุ้มครองในส่วนนี้ให้สูงขึ้น โดยมีเบี้ยที่ไม่สูงมาก


ใครเหมาะกับชั้น 3+
เจ้าของรถมูลค่าปานกลางที่ต้องการความคุ้มครองพื้นฐาน

รถที่มีมูลค่าไม่สูงมาก แต่เจ้าของยังต้องการความคุ้มครองบางส่วนสำหรับรถของตัวเองในกรณีอุบัติเหตุที่มีคู่กรณี โดยไม่ต้องจ่ายเบี้ยสูงเท่าชั้น 2+

ผู้ที่ต้องการความคุ้มครองขั้นต่ำสำหรับรถของตัวเอง

หากเกิดความเสียหายเล็กน้อยถึงปานกลางจากอุบัติเหตุที่มีคู่กรณี วงเงินของชั้น 3+ อาจเพียงพอ แม้จะมีเพดานจำกัดก็ตาม


สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษสำหรับชั้น 3 และ 3+
พ.ร.บ. ไม่เพียงพอสำหรับความเสียหายร้ายแรง

หลายคนเข้าใจผิดว่ามี พ.ร.บ. แล้วก็พอ แต่ พ.ร.บ. คุ้มครองเฉพาะค่ารักษาพยาบาลและค่าชดเชยกรณีบาดเจ็บหรือเสียชีวิตในวงเงินที่จำกัดมาก ไม่ครอบคลุมความเสียหายต่อทรัพย์สิน

ถ้าเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้บุคคลภายนอกบาดเจ็บสาหัสหรือทรัพย์สินเสียหายมูลค่าสูง และมีเพียง พ.ร.บ. โดยไม่มีประกันภาคสมัครใจเลย ผู้ขับขี่จะต้องรับผิดชอบส่วนที่เกินจาก พ.ร.บ. ด้วยตัวเองทั้งหมด ซึ่งอาจเป็นจำนวนเงินที่สูงมาก

วงเงินรถของเราเองในชั้น 3+ อาจไม่พอกับความเสียหายจริง

ต้องตรวจสอบวงเงินที่ระบุในกรมธรรม์ให้ชัดเจน และเข้าใจว่าหากความเสียหายจริงเกินวงเงิน ส่วนต่างต้องรับผิดชอบเอง


ตัวอย่างเหตุการณ์จริง
คุณประยูรมีรถกระบะอายุ 14 ปี มูลค่าตลาดประมาณ 180,000 บาท เขาเลือกทำประกันชั้น 3+ เบี้ยปีละ 4,500 บาท โดยกรมธรรม์กำหนดวงเงินความเสียหายต่อรถของเราเองไว้ที่ 100,000 บาทต่อครั้ง

วันหนึ่งรถของเขาถูกรถเก๋งชนด้านข้างขณะจอดติดสัญญาณไฟ สามารถระบุคู่กรณีได้ชัดเจน ความเสียหายของรถกระบะประเมินอยู่ที่ 85,000 บาท ซึ่งอยู่ในวงเงิน 100,000 บาท บริษัทจึงรับผิดชอบค่าซ่อมเต็มจำนวน

ในอีกกรณีหนึ่ง คุณวิไลมีรถเก๋งมูลค่า 350,000 บาท ทำประกันชั้น 3+ เช่นกันโดยมีวงเงินความเสียหายต่อรถของเราเอง 100,000 บาทต่อครั้ง รถของเธอถูกชนอย่างรุนแรงจนความเสียหายประเมินอยู่ที่ 180,000 บาท

บริษัทจ่ายค่าสินไหมตามวงเงินสูงสุด 100,000 บาท ส่วนที่เหลืออีก 80,000 บาท คุณวิไลต้องรับผิดชอบเอง หรือต้องไปเรียกร้องเพิ่มเติมจากประกันของคู่กรณีหากคู่กรณีเป็นฝ่ายผิด

กรณีของคุณวิไลแสดงให้เห็นว่า หากรถมีมูลค่าสูงกว่าวงเงินคุ้มครองของชั้น 3+ มาก การเลือกชั้นนี้อาจไม่ได้ให้ความคุ้มครองที่เพียงพอ ควรพิจารณาชั้น 2+ หรือชั้น 1 แทน


หลักการเลือกระหว่างชั้น 3 และ 3+
หากงบประมาณจำกัดมากและรถมีมูลค่าต่ำจนไม่คุ้มที่จะคุ้มครองตัวรถเลย ชั้น 3 อาจเพียงพอ

หากมีงบเพิ่มอีกเล็กน้อยและต้องการความคุ้มครองพื้นฐานสำหรับรถของตัวเองในกรณีอุบัติเหตุทั่วไป ชั้น 3+ ให้ความคุ้มครองเพิ่มขึ้นในราคาที่ไม่สูงมาก

แต่ถ้ารถมีมูลค่าสูงกว่าวงเงินที่ชั้น 3+ กำหนดไว้มาก ควรพิจารณาชั้น 2+ หรือชั้น 1 เพื่อให้ได้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมมูลค่ารถจริง


สรุป
ชั้น 3 เหมาะสำหรับรถมูลค่าต่ำที่เจ้าของไม่ต้องการความคุ้มครองตัวรถเลย ส่วนชั้น 3+ เพิ่มความคุ้มครองรถของเราเองในกรณีชนกับคู่กรณีที่ระบุได้ แต่มีวงเงินจำกัดที่อาจไม่ครอบคลุมมูลค่ารถทั้งหมด การเลือกชั้นนี้ต้องพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างมูลค่ารถจริงกับวงเงินคุ้มครองที่กำหนดในกรมธรรม์อย่างรอบคอบ เพื่อให้แน่ใจว่าหากเกิดเหตุ ความคุ้มครองที่ได้รับจะเพียงพอกับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจริง


ปรึกษาเรื่องประกันวินาศภัยได้เลยครับ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

อยากมีอาชีพที่บริหารเวลาเองได้ รายได้ไม่มีเพดาน สนใจเป็นนายหน้าประกันวินาศภัย เราพร้อมสอน พร้อมสนับสนุน ให้คุณเริ่มต้นได้อย่างมั่นใจ

คุณพรรณเชษฐ รนที (โค้ช ช.) รองกรรมการฝ่ายบริหาร ระดับ Platinum | ศรีกรุงโบรคเกอร์
รหัสนายหน้า AM00035138
ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่ 6304012357
ใบอนุญาตนายหน้าประกันชีวิต เลขที่ 6303006901
โทร 086-890-1888 LINE: @kml3166k
ซื้อประกันออนไลน์: https://share.724.co.th/insure/a/motor/AM00035138 
www.srikrungmgmnetwork.com  | www.ศรีกรุง.com

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้